Test again

ไฉ้หมิงเลี่ยงกับการเขียนบท

Interview with Ming-liang Tsai, Director, 15 November 2009.

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2009 - ไฉ้หมิงเลี่ยง ผู้กำกับชาวไต้หวันเชื้อสายมาเลเซียได้ให้สัมภาษณ์ไว้ที่ Asia Society New York Center เกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ของเขา

พิธีกรได้ถามไฉ้หมิงเลี่ยงว่าส่วนใหญ่ภาพยนตร์ของเขาไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องแบบทั่วไป มักจะมีการใช้ชอตนิ่งๆ แช่กล้องไว้นานๆ และบทพูดน้อยๆ จริงๆแล้วเขาเขียนบทภาพยนตร์อย่างไรกันแน่ เขาสื่อสารกับนักแสดงและทีมงานให้เข้าใจถึงตัวงานได้อย่างไร?

เขาตอบว่าในช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์การละคอนของทางตะวันตก ทั้งงานของ Shakespeare, Ibsen, Brecht รวมไปถึงบทละคอนของกรีกด้วย เขาชอบงานละคอนคลาสสิคเหล่านี้มาก แต่ว่าเขารู้ดีว่าตัวเขามันไม่เหมาะกับละคอนซักเท่าไร สิ่งที่เขาชอบจริงๆคือภาพยนตร์ต่างหาก หนังหลายเรื่องที่เขาชอบก็เป็นหนังแบบเล่าเรื่องทั่วไป มีพล็อตชัดเจน แต่เมื่อวันหนึ่งถึงวันที่เขาต้องลุกขึ้นมาสร้างงานของตัวเอง ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไปทำหนังแบบที่มีคนอื่นทำอยู่แล้ว เขาบอกว่าทุกคนรู้ดีว่าหนังแบบนั้นสร้างอารมณ์แบบไหนให้กับคนดูได้ ซึ่งเมื่อถึงจุดอิ่มตัวมันก็ตัน และไปได้ไม่มากไปกว่านั้น

หลังจากจบการศึกษาเขาก็ได้เริ่มทำงานในวงการโทรทัศน์ด้วยการทำละครทีวี ไฉ้หมิงเลี่ยงถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเขาในการฝึกภาษาการเล่าเรื่องที่แตกต่าง รวมถึงการเลือกเล่าเรื่องราวของตัวละครผ่านมุมมองของอาชีพที่ไม่ค่อยได้ปรากฏบนจอแก้วอย่างแรงงานสาวในโรงงานทอผ้า ในตอนแรกเขาก็สับสนอยู่ว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรดี หากใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ 1 2 3 คนดูก็จะเข้าใจแล้วก็อินกับเรื่องราวได้โดยง่าย แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ท้าทาย เป็นจุดเริ่มต้นของเขาว่าจะสามารถเล่าเรื่องราวนี้ด้วยวิธีการใหม่ได้หรือไม่

ความรู้สึกสงสัยี้ทำให้เขาขบคิดมากขึ้น เขาตกลงใจที่จะไปเฝ้าสังเกตชีวิตของสาวฉันทนาอย่างใกล้ชิด วันหนึ่งขณะที่เขาไปสังเกตการณ์ ในช่วงพักรับประทานอาหาร สาวโรงงานเป็นพันคนปรากฎตัวขึ้นพร้อมกันบนโถงทางเดินขนาดใหญ่ และใช้เวลาประมาณห้านาทีในการเดินผ่านโถงนี้ไปยังโรงอาหารขนาดมหึมา ทั้งหมดต่อแถวเข้าคิวรับอาหารแล้วก็รับประทานอย่างพร้อมเพรียงกัน ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที แล้วโรงอาหารก็กลับมาว่างเปล่า ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้เขาแทบช็อค

จากนั้นเป็นต้นมา บทของเขาก็กลายเป็นอะไรที่เรียบง่ายมากๆ ยิ่งเขียนมากชิ้นยิ่งเรียบง่าย ไฉ้หมิงเลี่ยงบอกว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปพยายามอธิบายโลก เพราะเขาก็ไม่รู้จักมันเหมือนกัน โลกเป็นสิ่งที่จินตนาการเอาเองไม่ได้ แต่ต้องเล่ามันออกมาผ่านประสบการณ์เฉพาะตัว ในระหว่างการเขียนบท สิ่งที่เขามีก็คือไอเดียคร่าวๆในสิ่งที่จะทำ ส่วนที่ต้องละเมียดและใช้เวลาคือส่วนของตัวโครงสร้าง เขาใช้เวลาแรมปีอยู่กับตัวโครงสร้างของภาพยนตร์รวมถึงวิธีที่จะถ่ายทอดโครงสร้างนี้ออกมาอีกด้วย ถ้าจะนับตามจำนวนหน้า บทของเขาบางมากเพราะมันไม่ค่อยมีบทสนทนา สิ่งที่บรรจุอยู่ก็เป็นแค่การเคลื่อนไหวง่ายๆของตัวละคร สิ่งสำคัญที่สุดคือส่วนของโครงสร้างที่ต้องชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับ

โครงสร้างนี่แหละที่เป็นตัวกรุยทางผ่านขั้นตอนต่างๆในกระบวนการทั้งหมด ทีมงานของไฉ้หมิงเลี่ยงส่วนใหญ่ก็เป็นคนคุ้นเคยที่ร่วมงานด้วยกันมาหลายโปรเจค  และรู้ดีว่าจะทำงานกับบทภาพยนตร์แบบนี้ได้ยังไง ต้องเลือกสถานที่แบบไหน จะไปขอทุนกับใคร ซึ่งบทที่นักแสดงได้รับก็คือบทฉบับเดียวกับทีมงาน ซึ่งตัวนักแสดงเองก็ไม่ใช่ว่ามีญานทิพย์เข้าใจทุกอย่างได้ซะหมดจากเพียงแค่ตัวบท เขามองว่าบทไม่ใช่ทุกอย่างของตัวหนัง มันมีการพัฒนาร่วมกันไปได้อีกระหว่างทาง และมันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆระหว่างการถ่ายทำ เขาสารภาพว่าจริงๆแล้วตั้งแต่เริ่มเขียนบทไปจนถึงขั้นตอนที่ภาพยนตร์เสร็จสมบูรณ์นั้น ก็รู้สึกวิตกกังวล ลุ้นๆอยู่เหมือนกัน เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย

This was posted 7 months ago. It has 0 notes.
While Im waiting for the bus.

While Im waiting for the bus.

This was posted 1 year ago. It has 0 notes. .
Projection Mapping for Lear and His 3 Daughters by B-Floor Theatre

Projection Mapping for Lear and His 3 Daughters by B-Floor Theatre

This was posted 2 years ago. It has 1 note. .

SQWEEZ ANIMAL - จนวันสุดท้าย (Till I Die) Ft.แป๋ง Yellow Fang

VORK as Cinematographer

(Source: )

This was posted 2 years ago. It has 0 notes.

สิงโต นำโชค feat. Pango - เดียวดายและแสงดาว [Music Video]

VORK as colorist

This was posted 2 years ago. It has 0 notes.
Selected in 1st Tokyo Talent Campus 2011
which collaborated with Tokyo FILMeX 2011.

Selected in 1st Tokyo Talent Campus 2011

which collaborated with Tokyo FILMeX 2011.

This was posted 2 years ago. It has 0 notes. .

LOMOSONIC - ใครจะหยุดความเหงา [Music Video]

VORK as Cinematographer.

This was posted 2 years ago. It has 12 notes.

THE STARTERS : สมเกียรติ - เรือชูชีพ [Music Video]

VORK as DOP and Colorist.

This was posted 3 years ago. It has 3 notes.

VORK Showreel 2009

Old but still work

ps. My number was change.

This was posted 3 years ago. It has 3 notes.

 

Barbies - ก่อนวันสุดท้าย [Music Video]

VORK as collaborated cinematographer

This was posted 3 years ago. It has 0 notes.
VORK as Cinematographer
KISS by Thunska part of a DIALOGIC art exhibition
21 July - 25 September 2011
Opening: 20 July 6 PM 8th floor  Bangkok Art and Culture Centre – BACC
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150198740230765.312314.710335764

VORK as Cinematographer

KISS by Thunska part of a DIALOGIC art exhibition

21 July - 25 September 2011

Opening: 20 July 6 PM 8th floor Bangkok Art and Culture Centre – BACC

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150198740230765.312314.710335764

This was posted 3 years ago. It has 3 notes. .

Love this song unreasonably.

This was posted 3 years ago. It has 0 notes.

ไฉ้หมิงเลี่ยงกับการเขียนบท

บทความนี้แซะออกมาจากบุคทีสิสข้าพเจ้า เพื่อให้น้องๆและผู้ที่สนใจได้อ่านกัน

ช่วงนี้สนใจที่จะศึกษา Film Study เพิ่มเติมรวมถึงพัฒนาทักษะของตนเองด้านการเขียนและการแปล

หากมีข้อเสนอแนะในส่วนไหนช่วยบอกกันด้วยนะครับ :)

ไฉ้หมิงเลี่ยงกับการเขียนบท

Interview with Ming-liang Tsai, Director, 15 November 2009.

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2009 - ไฉ้หมิงเลี่ยง ผู้กำกับชาวไต้หวันเชื้อสายมาเลเซียได้ให้สัมภาษณ์ไว้ที่ Asia Society New York Center เกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ของเขา

พิธีกรได้ถามไฉ้หมิงเลี่ยงว่าส่วนใหญ่ภาพยนตร์ของเขาไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องแบบทั่วไป มักจะมีการใช้ชอตนิ่งๆ แช่กล้องไว้นานๆ และบทพูดน้อยๆ จริงๆแล้วเขาเขียนบทภาพยนตร์อย่างไรกันแน่ เขาสื่อสารกับนักแสดงและทีมงานให้เข้าใจถึงตัวงานได้อย่างไร?

เขาตอบว่าในช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์การละคอนของทางตะวันตก ทั้งงานของ Shakespeare, Ibsen, Brecht รวมไปถึงบทละคอนของกรีกด้วย เขาชอบงานละคอนคลาสสิคเหล่านี้มาก แต่ว่าเขารู้ดีว่าตัวเขามันไม่เหมาะกับละคอนซักเท่าไร สิ่งที่เขาชอบจริงๆคือภาพยนตร์ต่างหาก หนังหลายเรื่องที่เขาชอบก็เป็นหนังแบบเล่าเรื่องทั่วไป มีพล็อตชัดเจน แต่เมื่อวันหนึ่งถึงวันที่เขาต้องลุกขึ้นมาสร้างงานของตัวเอง ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไปทำหนังแบบที่มีคนอื่นทำอยู่แล้ว เขาบอกว่าทุกคนรู้ดีว่าหนังแบบนั้นสร้างอารมณ์แบบไหนให้กับคนดูได้ ซึ่งเมื่อถึงจุดอิ่มตัวมันก็ตัน และไปได้ไม่มากไปกว่านั้น

หลังจากจบการศึกษาเขาก็ได้เริ่มทำงานในวงการโทรทัศน์ด้วยการทำละครทีวี ไฉ้หมิงเลี่ยงถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเขาในการฝึกภาษาการเล่าเรื่องที่แตกต่าง รวมถึงการเลือกเล่าเรื่องราวของตัวละครผ่านมุมมองของอาชีพที่ไม่ค่อยได้ปรากฏบนจอแก้วอย่างแรงงานสาวในโรงงานทอผ้า ในตอนแรกเขาก็สับสนอยู่ว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรดี หากใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ 1 2 3 คนดูก็จะเข้าใจแล้วก็อินกับเรื่องราวได้โดยง่าย แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ท้าทาย เป็นจุดเริ่มต้นของเขาว่าจะสามารถเล่าเรื่องราวนี้ด้วยวิธีการใหม่ได้หรือไม่

ความรู้สึกสงสัยี้ทำให้เขาขบคิดมากขึ้น เขาตกลงใจที่จะไปเฝ้าสังเกตชีวิตของสาวฉันทนาอย่างใกล้ชิด วันหนึ่งขณะที่เขาไปสังเกตการณ์ ในช่วงพักรับประทานอาหาร สาวโรงงานเป็นพันคนปรากฎตัวขึ้นพร้อมกันบนโถงทางเดินขนาดใหญ่ และใช้เวลาประมาณห้านาทีในการเดินผ่านโถงนี้ไปยังโรงอาหารขนาดมหึมา ทั้งหมดต่อแถวเข้าคิวรับอาหารแล้วก็รับประทานอย่างพร้อมเพรียงกัน ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที แล้วโรงอาหารก็กลับมาว่างเปล่า ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าทำให้เขาแทบช็อค

จากนั้นเป็นต้นมา บทของเขาก็กลายเป็นอะไรที่เรียบง่ายมากๆ ยิ่งเขียนมากชิ้นยิ่งเรียบง่าย ไฉ้หมิงเลี่ยงบอกว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปพยายามอธิบายโลก เพราะเขาก็ไม่รู้จักมันเหมือนกัน โลกเป็นสิ่งที่จินตนาการเอาเองไม่ได้ แต่ต้องเล่ามันออกมาผ่านประสบการณ์เฉพาะตัว ในระหว่างการเขียนบท สิ่งที่เขามีก็คือไอเดียคร่าวๆในสิ่งที่จะทำ ส่วนที่ต้องละเมียดและใช้เวลาคือส่วนของตัวโครงสร้าง เขาใช้เวลาแรมปีอยู่กับตัวโครงสร้างของภาพยนตร์รวมถึงวิธีที่จะถ่ายทอดโครงสร้างนี้ออกมาอีกด้วย ถ้าจะนับตามจำนวนหน้า บทของเขาบางมากเพราะมันไม่ค่อยมีบทสนทนา สิ่งที่บรรจุอยู่ก็เป็นแค่การเคลื่อนไหวง่ายๆของตัวละคร สิ่งสำคัญที่สุดคือส่วนของโครงสร้างที่ต้องชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับ

โครงสร้างนี่แหละที่เป็นตัวกรุยทางผ่านขั้นตอนต่างๆในกระบวนการทั้งหมด ทีมงานของไฉ้หมิงเลี่ยงส่วนใหญ่ก็เป็นคนคุ้นเคยที่ร่วมงานด้วยกันมาหลายโปรเจค  และรู้ดีว่าจะทำงานกับบทภาพยนตร์แบบนี้ได้ยังไง ต้องเลือกสถานที่แบบไหน จะไปขอทุนกับใคร ซึ่งบทที่นักแสดงได้รับก็คือบทฉบับเดียวกับทีมงาน ซึ่งตัวนักแสดงเองก็ไม่ใช่ว่ามีญานทิพย์เข้าใจทุกอย่างได้ซะหมดจากเพียงแค่ตัวบท เขามองว่าบทไม่ใช่ทุกอย่างของตัวหนัง มันมีการพัฒนาร่วมกันไปได้อีกระหว่างทาง และมันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆระหว่างการถ่ายทำ เขาสารภาพว่าจริงๆแล้วตั้งแต่เริ่มเขียนบทไปจนถึงขั้นตอนที่ภาพยนตร์เสร็จสมบูรณ์นั้น ก็รู้สึกวิตกกังวล ลุ้นๆอยู่เหมือนกัน เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย

หนังหน้าของแก

This was posted 3 years ago. It has 6 notes.

Chaophra Pa yim :) (Short Film Contest Teaser)

VORK as cinematographer.

This was posted 3 years ago. It has 1 note.
My juvenile
ไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนสมัยประถมอีกครั้งในเฟสบุค พร้อมกับครูประถมที่กลายเป็นเจ้าของตักสุรา พญาไทไปแล้ว!
After I moved out from school I never see them again until now, on facebook! (My teacher now enjoy his life as bar owner!)

My juvenile

ไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนสมัยประถมอีกครั้งในเฟสบุค พร้อมกับครูประถมที่กลายเป็นเจ้าของตักสุรา พญาไทไปแล้ว!

After I moved out from school I never see them again until now, on facebook! (My teacher now enjoy his life as bar owner!)

This was posted 3 years ago. It has 0 notes. .